อ่านฉลากเบอร์ 5 ของแอร์ให้เป็น: ดาว SEER และค่าไฟต่อปี บอกอะไรเรา

ฉลากเบอร์ 5 ของแอร์ไม่ได้บอกแค่ว่าประหยัดไฟหรือไม่ แต่บอกว่าประหยัดแค่ไหน บทความนี้พาอ่านตัวเลขสำคัญบนฉลากทีละช่อง พร้อมตารางเกณฑ์ดาวของ กฟผ. และกับดักที่คนมักเข้าใจผิด

เห็นสติกเกอร์ "เบอร์ 5" บนแอร์ทุกเครื่องในร้าน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเครื่องไหนประหยัดกว่า? คำตอบอยู่ในตัวเลขบนฉลากนั่นเอง บทความนี้พาอ่านฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ของแอร์ทีละส่วน

1. ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่มี 6 ระดับ

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 กฟผ. ปรับฉลากเบอร์ 5 ของแอร์ให้มี 6 ระดับ ตั้งแต่ เบอร์ 5 (ไม่มีดาว) ไปจนถึง เบอร์ 5 ★★★★★ ยิ่งดาวมาก ยิ่งประหยัดไฟ

สิ่งสำคัญคือ "เบอร์ 5 ไม่มีดาว" ก็ผ่านเกณฑ์ประหยัดไฟแล้ว แต่เป็นระดับเริ่มต้น ส่วนดาวที่เพิ่มขึ้นแต่ละดวงบอกว่าประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมากแค่ไหน

2. ตัวเลขสำคัญบนฉลาก

บนฉลาก หมายถึงอะไร ใช้ทำอะไร
รุ่นและขนาดทำความเย็น (บีทียู/ชั่วโมง) รหัสรุ่นและความสามารถในการขนความร้อนของเครื่อง ตรวจว่าตรงกับเครื่องที่จะซื้อ และเหมาะกับห้อง
ค่าประสิทธิภาพ SEER (บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์) ทำความเย็นได้เท่าไรต่อไฟฟ้า 1 วัตต์ ตัวเลขที่ใช้เทียบประสิทธิภาพได้ตรงที่สุด ยิ่งสูงยิ่งประหยัด
ค่าไฟฟ้าต่อปี (บาท) ค่าไฟโดยประมาณตามเกณฑ์มาตรฐาน เทียบต้นทุนการใช้งานระหว่างรุ่นเป็นตัวเงิน
จำนวนดาว ระดับประสิทธิภาพตามเกณฑ์ของชนิดและขนาดเครื่อง ดูคร่าว ๆ ได้ แต่ต้องระวังเมื่อเทียบข้ามชนิด
ปริมาณการลด CO₂ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้เทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำ ดูผลด้านสิ่งแวดล้อม
QR Code ลิงก์ไปข้อมูลของรุ่นนั้น ตรวจสอบว่าฉลากเป็นของรุ่นนี้จริง

ค่าไฟต่อปีบนฉลากคิดยังไง

กฟผ. คิดจากสูตรเดียวกันทุกรุ่น

ตัวเลขนี้จึงเหมาะกับ การเทียบระหว่างรุ่น ไม่ใช่การทำนายบิลค่าไฟของบ้านคุณ ถ้าอยากคิดตามการใช้งานจริง ดูเปิดแอร์ทั้งคืนเสียค่าไฟเท่าไร?

3. ตารางเกณฑ์ดาว (แอร์ขนาดไม่เกิน 27,296 BTU/h)

แอร์ติดผนังในบ้านส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มขนาดนี้ เกณฑ์ของ กฟผ. แยกตามระบบคอมเพรสเซอร์ ดังนี้ (หน่วย: บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์)

ระดับบนฉลาก แอร์ธรรมดา (Fixed Speed) แอร์อินเวอร์เตอร์
เบอร์ 5 (ไม่มีดาว) 13.17–13.70 17.06–18.55
เบอร์ 5 ★ 13.71–14.23 18.56–20.05
เบอร์ 5 ★★ 14.24–14.77 20.06–21.55
เบอร์ 5 ★★★ 14.78–15.30 21.56–23.05
เบอร์ 5 ★★★★ 15.31–15.84 23.06–24.55
เบอร์ 5 ★★★★★ 15.85 ขึ้นไป 24.56 ขึ้นไป

แอร์ที่ใหญ่กว่า 27,296 BTU/h มีเกณฑ์แยกต่างหาก ดูได้ในเอกสารเกณฑ์ของ กฟผ. ในส่วนอ้างอิง

4. กับดักที่คนมักเข้าใจผิด

กับดักที่ 1: เทียบดาวข้ามระบบ

จากตารางข้างบน แอร์ธรรมดา 5 ดาว (SEER 15.85 ขึ้นไป) ยังมีประสิทธิภาพต่ำกว่าแอร์อินเวอร์เตอร์ไม่มีดาว (SEER 17.06 ขึ้นไป) ดาวจึงใช้เทียบได้เฉพาะเครื่องชนิดและขนาดเดียวกัน ถ้าจะเทียบข้ามชนิด ให้ดู SEER หรือค่าไฟต่อปีแทน (ดูตัวอย่างจริงที่ แอร์อินเวอร์เตอร์ vs แอร์ธรรมดา)

กับดักที่ 2: ดาวเท่ากัน ค่าไฟเท่ากัน

แต่ละระดับดาวเป็นช่วงกว้าง เช่น อินเวอร์เตอร์ 1 ดาวมี SEER ตั้งแต่ 18.56 ถึง 20.05 สองรุ่นที่ดาวเท่ากันจึงกินไฟต่างกันได้ ให้เทียบตัวเลข SEER ตรง ๆ

กับดักที่ 3: เทียบค่าไฟต่อปีข้ามขนาด

แอร์ 9,000 BTU ย่อมมีค่าไฟต่อปีต่ำกว่าแอร์ 18,000 BTU แต่ถ้าห้องต้องใช้ 18,000 BTU แอร์เครื่องเล็กจะทำงานหนักจนไม่คุ้ม ให้เลือกขนาดให้พอดีห้องก่อน (ดูเลือกแอร์กี่ BTU) แล้วจึงเทียบค่าไฟในขนาดเดียวกัน

กับดักที่ 4: ฉลากไม่ตรงรุ่น

แอร์แยกส่วนมีรหัสรุ่นทั้งเครื่องในบ้านและเครื่องนอกบ้าน ฉลากต้องตรงกับชุดที่ซื้อทั้งคู่ สแกน QR Code บนฉลาก หรือค้นรหัสรุ่นในฐานข้อมูลของ กฟผ. เพื่อตรวจสอบ

5. ขั้นตอนอ่านฉลากก่อนซื้อ

  1. ตรวจ รหัสรุ่น ให้ตรงกับเครื่องที่จะซื้อ ทั้งเครื่องในบ้านและนอกบ้าน
  2. ดู ขนาดทำความเย็น ว่าเหมาะกับห้อง
  3. ดูว่าเป็น แอร์ธรรมดาหรืออินเวอร์เตอร์
  4. เทียบ ค่า SEER กับรุ่นอื่นในขนาดใกล้กัน
  5. ดู ค่าไฟต่อปี เพื่อคิดเป็นตัวเงิน แล้วเทียบกับส่วนต่างราคา (ดูคืนทุนกี่ปี?)

สรุป

อยากอ่านเรื่อง SEER ลึกขึ้น ดูค่า SEER คืออะไร? หรือดูอันดับแอร์ตามค่าไฟต่อปี

คำถามที่พบบ่อย

เบอร์ 5 ไม่มีดาว กับเบอร์ 5 มีดาว ต่างกันยังไง

ทั้งคู่ผ่านเกณฑ์ฉลากเบอร์ 5 แต่ดาวที่เพิ่มขึ้นบอกว่าค่า SEER สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำมากแค่ไหน ตั้งแต่ไม่มีดาวไปจนถึง 5 ดาว รวม 6 ระดับ

แอร์อินเวอร์เตอร์ต้องมี SEER เท่าไรถึงได้ 5 ดาว

ตามเกณฑ์ กฟผ. แอร์อินเวอร์เตอร์ขนาดไม่เกิน 27,296 BTU/h ต้องมี SEER ตั้งแต่ 24.56 ขึ้นไป ส่วนแอร์ธรรมดาต้องมี SEER ตั้งแต่ 15.85 ขึ้นไป

ค่าไฟต่อปีบนฉลากเชื่อได้แค่ไหน

คิดจากสูตรเดียวกันทุกรุ่น คือใช้งานวันละ 8 ชั่วโมง ทุกวัน ที่ 5 บาทต่อหน่วย จึงใช้เทียบระหว่างรุ่นได้ดี แต่ค่าไฟจริงขึ้นกับชั่วโมงใช้งาน อุณหภูมิที่ตั้ง สภาพห้อง และค่าไฟต่อหน่วยของบ้านคุณ

แหล่งข้อมูล